
เปลี่ยนริมฝีปากคล้ำ ซีด ไร้สีสัน ให้กลับมาเป็นสีชมพูระเรื่อสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ ONKO Studio (อรโกะ สตูดิโอ) เราคือสตูดิโอสักปากย่านลาดพร้าวที่ได้รับความไว้วางใจจากนางงามและคนดังหลายท่าน ด้วยฝีมือช่างระดับแชมป์โลก ประสบการณ์กว่า 10 ปี ใช้สีออร์แกนิกที่ปลอดภัย พร้อมบริการแบบส่วนตัว (Private) เป็นกันเอง
สักปากที่ ONKO Studio คืออะไร ทำไมถึงต่างจากที่อื่น
การสักปาก (Lip Tattoo) หรือการฝังสีปากแบบกึ่งถาวร คือการเติมเม็ดสีลงบนผิวริมฝีปากชั้นบนเพื่อปรับสีปากให้สวยงามเป็นธรรมชาติ แก้ปัญหาปากคล้ำหรือปากซีด และช่วยให้ริมฝีปากดูมีเลือดฝาดสุขภาพดีโดยไม่ต้องพึ่งลิปสติก
สิ่งที่ทำให้การสักปากที่ ONKO Studio แตกต่าง คือเราไม่ได้มองแค่ความสวยงาม แต่ผสมผสานหลัก โหงวเฮ้ง เข้ากับความงาม เพื่อให้ริมฝีปากของคุณส่งเสริมทั้งบุคลิกภาพและโชคลาภ ทำงานโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับรางวัลระดับโลก ใช้สีเกรดออร์แกนิกที่ปลอดภัยต่อร่างกาย ในห้องบริการที่เป็นส่วนตัว

ปัญหาริมฝีปากที่การสักปากช่วยแก้ได้
ปากคล้ำดำจากกรรมพันธุ์หรือการสูบบุหรี่
ริมฝีปากที่คล้ำดำมักเกิดจากกรรมพันธุ์ การสูบบุหรี่ หรือการสะสมของเม็ดสีเมลานิน การสักปากที่ ONKO ใช้เทคนิคปรับสี (Neutralization) เพื่อกลบโทนคล้ำและเติมสีชมพูที่ดูเป็นธรรมชาติ
ปากซีด ไม่มีเลือดฝาด ทาลิปไม่ติด
สำหรับผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากซีดจนดูไม่สดใส การสักปากชมพูจะช่วยเติมสีให้ใบหน้าดูมีชีวิตชีวา ตื่นมาก็ปากสวยโดยไม่ต้องแต่งหน้า
ริมฝีปากไม่มีรูปทรง ขอบปากไม่ชัด
การสักปากช่วยปรับแต่งขอบริมฝีปากให้คมชัดขึ้น เสริมรูปทรงปากให้ดูอวบอิ่มได้สัดส่วน





สักปากชมพูธรรมชาติ
สักปากโทนพีช / นู้ด
แก้ปากคล้ำ (Dark Lip Correction)






“ประทับใจมากค่ะ ปากสวยเป็นธรรมชาติ ช่างมือเบา ดูแลดีมากทุกขั้นตอน”
วาเนสซ่า ณัฐชา เว้งค์ (Vanessa Nattacha Wenk)
2nd ru Miss Intercontinental 2025
ทำไมนางงามและคนดังถึงเลือกสักปากที่ ONKO Studio
บริการโดยอาจารย์อรโกะ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และได้รับรางวัลระดับนานาชาติ การันตีฝีมือที่ประณีต เข้าใจสรีระริมฝีปากอย่างลึกซึ้ง
เลือกใช้สีเกรดออร์แกนิกคุณภาพสูง ปลอดภัยต่อร่างกาย ไม่ทิ้งคราบสีเพี้ยน เมื่อสีจางจะค่อยๆ จางอย่างเป็นธรรมชาติ
ทุกการบริการเป็นแบบ Private หนึ่งลูกค้าต่อหนึ่งช่าง เพื่อความเป็นส่วนตัวและความใส่ใจสูงสุด เหมาะสำหรับนางงามและดารา





“ประทับใจมากค่ะ ปากสวยเป็นธรรมชาติ ช่างมือเบา ดูแลดีมากทุกขั้นตอน”
เจิน – เหม่ยเจิน เตชะรัตนโสภณ
รองอันดับ 4 Miss Global Thailand 2026





“ประทับใจมากค่ะ ปากสวยเป็นธรรมชาติ ช่างมือเบา ดูแลดีมากทุกขั้นตอน”
เจโลว์ปาณิสราดำรงทรงพรรองอันดับ 3
Miss Global Thailand 2026
คำตอบ : โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของสีปาก และเทคนิคที่ใช้
คำตอบ : โดยทั่วไปสีจะคงอยู่ประมาณ 1-3 ปี แต่อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิว การดูแลรักษา และปัจจัยอื่นๆ
คำตอบ : ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยาบางชนิดก่อนการสัก 24-48 ชั่วโมง และควรปรึกษาแพทย์
หากมีโรคประจ าตัวหรือแพ้ง่าย
คำตอบ : สามารถทำได้ แต่ควรรอให้การสักครั้งแรกหายสนิทก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์
คำตอบ : ความเสี่ยงมีน้อยมากหากทำโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่อาจเกิดการติดเชื้อหรือแพ้สีได้ในบางกรณี
ควรเลือกสถานที่ที่ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
คำตอบ : ราคาขึ้นอยู่กับเทคนิคประสบการณ์ของผู้ให้บริการ และสถานที่ ร้าน OnKo Studio ราคา 4,500 บาท
ส่วนการเติมสี ขึ้นกับระยะเวลานับจากการทำครั้งแรก
คำตอบ : สามารถท าได้ แต่อาจใช้เวลานาน ประมาณ 3-4 ชม. รับประทานหาร และ เครียส์งานมาให้เรียบร้อย
คำตอบ : ร้านที่ได้มาตรฐานจะใช้สีที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยส าหรับการสักบนใบหน้าโดยเฉพาะ สีเหล่านี้มัก
เป็นสีอินทรีย์ที่ไม่มีส่วนผสมของโลหะหนัก และมีใบแจ้งแหล่งที่มาและการรับรองมาตรฐานของสีที่ใช
คำตอบ : ร้านมีใบอนุญาติอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
• ใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือใช้ครั้งเดียวทิ้ง
• ผู้ให้บริการสวมถุงมือและหน้ากากอนามัย
• ท าความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะสักก่อนเริ่มกระบวนการ
• ใช้สีที่ได้รับการรับรองความปลอดภัย
• มีการอธิบายขั้นตอนและข้อควรระวังให้ลูกค้าทราบก่อนเริ่มสัก
คำตอบ : โดยทั่วไป แนะน าให้สักปากก่อนฉีดฟิลเลอร์ เหตุผลมีดังนี้:
หากสักปากก่อน ควรรอให้ปากหายสนิทก่อนฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งอาจใช้เวลาแค่ ไม่เกิน 1 สัปดาห์
หากฉีด ฟิลเลอร์ปากก่อน ควรรอประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์ก่อนสักปาก
เพื่อให้ริมฝีปากปรับตัวและบวมลดลงเพราะฟิลเลอร์จะเปลี่ยนรูปร่างและขนาดของริมฝีปาก
การฉีดฟิลเลอร์ก่อน การสักอาจจะเกิดการเปลี่ยนรูปได้ หากยังไม่เข้าที่ดีนัก
คำตอบ : ได้แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์
ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการติดของสีหากมีข้อสงสัยใดๆ
ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลการตั้งครรภ์ก่อนตัดสินใจ